10 อันดับ ศาลไทยที่คนไทยนิยมกราบไหว้

แชร์ให้เพื่อน

คนไทยมีความเชื่อเรื่องการไหว้สิ่งศักสิทธิ์ ศาลไทย เป็นที่พึ่งทางใจอย่างหนึ่งของคนไทย คนไทยนิยมไปไหว้ศาลเพื่อความเป็นสิริมงคล เพื่อบนบานขอพรสิ่งที่ปรารถนา ศาลศักดิ์สิทธิ์ในเมืองไทยมากมาย ทั้งในกรุงเทพและต่างจัดหวัด ศาลไหนที่ว่าศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าไกลแค่ไหนผู้คนก็ดังด้นไปกราบไหว้ บทความนี้จะได้รวบรวม 10 อันดับ ศาลไทยที่คนทั้งนิยมไปกรบไหว้ของพร มีที่ไหนบ้างนั้นไปดูกันครับ

 

ขอบคุณภาพจาก www.zthailand.com

1. ศาลหลักเมือง

ศาลหลักเมือง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2325 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (ร.1) ได้ให้มีพระราชพิธียกเสาหลักเมืองขึ้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2325 ณ ใจกลางพระนครเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อให้ประชาชนได้สักการะ ในปี พ.ศ. 2525 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการดำเนินการปรับปรุงศาลหลักเมืองให้มีความงดงามบริบูรณ์สมกับเป็นที่สถิตแห่งองค์พระหลักเมือง วาระสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี

ศาลาศาลหลักเมืองหลังปัจจุบันนี้ มีรูปแบบเป็นอาคารเครื่องปูน ทรงยอดปรางค์ มีมุขยื่นทั้ง 4 ด้าน แต่ละด้านมีหลังคาซ้อน 2 ชั้น และมีมุขลดอีกด้านละ 1 ชั้น มีหลังคากันสาดโดยรอบ เครื่องมุงประดับกระเบื้องเคลือบ ตามลักษณะสถาปัตยกรรมอยุธยาในอดีต ได้รับการออกแบบโดย พล.อ.ต. อาวุธ เงินชูกลิ่น (ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะสถาปัตยกรรม ในเวลาต่อมา) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชวินิจฉัยในงานออกแบบครั้งนี้ด้วย โดยมีการบูรณะระหว่างปี พ.ศ. 2425-2529

 

ขอบคุณภาพจาก www.mgronline.com

2. ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ถนนพระราม 4 (โรงเรียนเตรียมทหารเดิม)

ศาลพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เดิมเป็นศาลไม้ ตั้งอยู่ที่มุมด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโรงเรียนเตรียมทหาร ด้าน ถ.วิทยุตัดกับ ถ.พระราม 4 สร้างสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490  ปัจจุบันศาลกรมหลวงชุมพรแห่งนี้ได้ปรับปรุงใหม่มีพื้นที่กว้าง 160 ตารางวา มีสวนสมุนไรเพื่อระลึกถึง หมอพร

 

ขอบคุณภาพจาก www.wongnai.com

3. ศาลแม่ธรณีบีบมวยผม

ศาลพระแม่ธรณีบีบมวยผม ตั้งอยู่ที่สนามหลวง (ตรงข้ามศาลฎีกา) สร้างขึ้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ เพื่อพระราชทานน้ำดื่มให้แก่ประชาชนคนที่ผ่านไปมา ในวาระที่เมืองหลวงมีน้ำประปาใช้ ศาลพระแม่ธรณีบีบมวยผมทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2460

ลักษณะของพระแม่ธรณีบีบมวยผมเพื่อขับไล่พญามารนั้นเป็นที่แพร่หลายเฉพาะในแถบไทย ลาว พม่า และ กัมพูชา อย่างไรก็ตามไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าคติการบีบมวยผมของพระแม่ธรณีเริ่มต้นเมื่อใด สันนิษฐานว่าเริ่มมีในพุทธศตวรรษที่ 17-18 เป็นต้นมา ส่วนในประเทศไทยพบหลักฐานชัดเจนตั้งแต่สมัยอยุธยาเป็นต้นมา ทั้งในลักษณะของงานประติมากรรมและจิตรกรรมบนฝาผนังของวัด อีกหลักฐานหนึ่งในโคลงของศรีปราชญ์ก่อนถูกประหารที่ได้กล่าวถึง “ธรณีนี่นี้ เป็นพยานแสดงให้เห็นถึงความเชื่อเรื่องพระแม่ธรณีที่ปรากฏในสมัยอยุธยา ในปัจจุบันพระแม่ธรณีบีบมวยผมเป็นสัญลักษณ์ของหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ในประเทศไทย เช่น การประปานครหลวง, การประปาส่วนภูมิภาค และพรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น

 

ขอบคุณภาพจาก www.thai-tour.com

4. ท้าวสุรนารี (ย่าโม)

อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2477 เป็นอนุสรณ์รำลึกถึงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของท้าวสุรนารี หรือ ย่าโม วีรสตรีไทย ถือเป็นอนุสาวรีย์ที่ยกย่องความดีของวีรสตรีสามัญชนคนแรกของไทย อนุสาวรีย์นี้หล่อด้วยทองแดงสูง 185 เซนติเมตร น้ำหนัก 325 กิโลกรัม 

ประวัติท้าวสุรนารี

ท้าวสุรนารี มีนามเดิมว่า โม เป็นคนนครราชสีมาโดยกำเนิด เกิดเมื่อ พ.ศ.2314 บิดาชื่อ กิ่ม มารดาชื่อ บุญมา อายุ 25 ปี สมรสกับนายทองคำขาว ข้าราชการเมืองนครราชสีมา ต่อมาสามี ได้เลื่อนยศเป็น พระภักดีสุริยเดช รองปลัดเมืองนครราชสีมา ชาวมืองจึงเรียกย่าโมว่า คุณนายโม ท่านทั้งสองแต่งงานกันแต่ไม่มีบุุตร ชาวเมืองต่างนับถือเรียกย่าโมว่า คุณแม่ มาตั้งแต่ครั้งนั้น 

 

ขอบคุณภาพจาก www.th.foursquare.com

5. ศาลเจ้าพ่อหอกลอง

ศาลเจ้าพ่อหอกลอง ตั้งอยู่ที่กรมการรักษาดินแดน ถนนอัษฎาค์ สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2509 เพื่อเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง รำลึกถึงเจ้าพ่อหาห่อกลอง ตามคติความเชื่ออขงไทย ตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ กลองเป็นสิ่งมงคล ใช้ตีบอกเวลา ส่งสัญญาณ แจ้งข่าวสาร

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.ท่องเที่ยวชัยภูมิ.com

6. ศาลเจ้าพ่อพญาแล

ศาลเจ้าพ่อพระยาแล เป็นที่สถิตดวงวิญญาณของพระยาภักดีชุมพล (แล) ตั้งอยู่ริมหนองปลาเฒ่า แยกทางเข้าไปจากถนนใหญ่สายชัยภูมิ บ.เขว้า เชื่อกันว่าเจ้าพระยาแลถูกทหาร เวียงจันทร์ฆ่าที่นี่ เมื่อปี พ.ศ. 2369 ปี สร้างศาลขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2511 ชาวจังหวัดชัยภูมิได้ร่วมใจกันสร้างศาลพระยาภักดีชุมพล เพื่อประดิษฐานรูปหล่อของท่าน ไว้เป็นที่เคารพสักการะบูชาของชาวชัยภูมิ

 

ขอบคุณภาพจาก www.uttaradit.go.th

7. ศาลเจ้าพระยาพิชัยดาบหัก

ศาลพระยาพิชัยดาบหัก อยู่ริมแม่น้ำน่าน หน้าวัดมหาธาตุ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ พระยาพิชัยดาบหัก เป็นวีรชนของชาติ ร่วมกู้เอกราชในสมัยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองและเป็นชาวอุตรดิตถ์ ดังนั้นจึงได้มีการสร้างอนุสรณ์สถาน เพื่อให้ประชาชนคนไทยระลึกถึงความดีของท่าน

 

ขอบคุณภาพจาก www.pantainorasingh.go.th

8. ศาลพันท้ายนรสิงห์

ศาลพันท้ายนรสิงห์ ตั้งอยู่บริเวณปากคลองโคกขาม หมู่ 7 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พันท้ายนรสิงห์ นั้นเป็นนายท้ายเรือพระที่นั่งในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเสือ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์ จงรักภักดี วันหนึ่งสมเด็จพระเจ้าเสือประพาสปากน้ำสาครบุรี เมื่อเรือพระที่นั่งไปถึง ต.โคกขาม คลองมีความคดเคี้ยวมาก พันท้ายนรสิงห์คัดท้ายเรือพระที่นั่งได้ หัวเรือพระที่นั่งชมกิ่งไม้ใหญ่หักตกลงไปในน้ำ ความผิดครั้งนี้ถึงประหารชีวิตตามโบราณราชประเพณี พันท้ายนรสิงห์จึงกราบทูลพระกรุณาน้อมรับโทษตามพระราชประเพณี

 

ขอบคุณภาพจาก www.nakhonmaesotcity.go.th

9. ศาลเจ้าพ่อพะวอ

เจ้าพ่อพะวอ เป็นนักรบชาวกะเหรี่ยงที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงแต่งตั้ง มีตำแหน่งเป็นนายด่านแม่ละเมา เมืองหน้าด่านของไทยในรัชสมัยพระเจ้าตากสิน คอยดูแลรักษาป้องกันศัตรูรุกล้ำแดนมา ความสำคัญของศาลเจ้าพ่อพะวอ เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวของชาวแม่สอด และชาวจังหวัดตาก นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังอำเภอแม่สอดต้องมาแวะสักการะทุกครั้ง

 

ขอบคุณภาพจาก www.facebook.com/raoruklopburi

10. ศาลเจ้าพ่อปากจั่น

ศาลเจ้าพ่อปากจั่น สร้างสมัยสมเด็จพระนารายณ์ใช้เป็นประตูระบายน้ำจากทะเลชุบศรไปพระราชวังนารายณ์ ต่อมาชาวบ้านได้สร้างศาลขึ้น นำเทวรูปมาประดิษฐานเพื่อกราบไหว้บูซา ศาลเจ้าพ่อปากจั่น เป็นศาลที่มีรูปลักษณ์ยืนอยู่ในซุ้ม เป็นบริเวณที่สมเด็จพระนารายณ์ได้มาทำลอบดักสัตว์โดยใช้จั่น ในเวลาต่อมาจึงปรากฏเป็นศาลที่เรียกว่า ศาลปากจั่น เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านในละแวกนี้

ศาลไทยบางแห่งได้สร้างพระเครื่องขึ้นมาแจกให้ประชาชนนำไปบูชาที่บ้าน ปรากฏว่าพระเครื่องของศาลไทยหลายที่ได้รับความนียม หากท่านใดมีพระเครื่องของศาลไทยทั้ง 10 อันดับนี้ในครอบครองและต้องการปล่อย ติดต่อมาได้ที่ ร้านไมตรีพระเครื่อง

สรุป

10 อันดับ ศาลไทย ที่คนไทยรู้จักและนิยมเดินทางไปกราบไหว้กันประจำ แต่ละแห่งมีความสำคัญโดดเด่นกันไปคนละแบบ ศาลไทจบางแห่งยังปรากฏในทริปการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ เป็นทริปท่องเดี่ยวที่คนเเดินทางไกลมาเยี่ยมชม ศาลไทยนอกจากจะเป็นสถานที่พึ่งเพิงทางใจแล้ว ยังเป็นแห่งท่องเทียวเชิงอนุรักษ์ศิลปะไทยอีกด้วย

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://th.wikipedia.org/

 

 

 

คำเตือน : บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของเว็บไซต์ไมตรีพระเครื่อง ห้ามมิให้บุคคลใดคัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ทำซ้ำ หรือนำเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดในเว็บไซต์นี้ ไปใช้กับเว็บไซต์อื่นหรือธุรกรรมอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ใดละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


แชร์ให้เพื่อน