ประวัติความเป็นมา พระพุทธรูป เมืองไทย

แชร์ให้เพื่อน

พระบูชา พระพุทธรูป องค์จำลองพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีการสร้างกันมาอย่างยาวนาน ถ้านับในประเทศไทยมีการค้นพบพระพุทธรูปเก่าแก่ที่มีอายุกว่าพันปี แต่การสร้างพระพุทธรูปในดินแดนพุทธภูมิมีการสร้างมาหลังจากพระพุทธเจ้าปเสด็จรินิพพานไม่นาน คติความการสร้างพระพุทธรูปมีความเป็นมาอย่างไร เหตุใดจึงได้รับความนิยมสร้างกันมาอย่างยาวนาน 

ย้อนไปสมัยพุทธกาล ที่ประเทศอินเดีย หลังจากที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จปรินิพพานไปแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราช ท่านทรงเลื่อมใสในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นอย่างมาก พระองค์ได้ทรงสร้างวัดขึ้นมากมายในสมัยนั้น พระองค์ได้ทรงสร้างพระพุทธรูปขึ้นเพื่อระลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า การสร้างในเริ่มแรกจะสร้างขนาดเท่าองค์จริงของพระพุทธเจ้า สร้างด้วยไม้จันทร์หอม ไม้โพธิ์ ต่อมามีการสร้างด้วยศิลาแลงซึ่งมีความแข็งแรงคงทนกว่าไม้

ค่านิยมการสร้าง พระพุทธรูป ได้แพร่หลายไปสู่ดินแดนอื่น ๆ ที่พระพุทธศาสนาแผ่ขยายไปถึง เช่น ศรีลังกา จีน อินโดนีเซีย ไทย ลาว เขมร พม่า เวียดนาม เป็นต้น ภายหลังจากพระพุทธศาสนาแผ่เข้ามายังดินแดนสุวรรณภูมิแล้ว พระพุทธศาสนาก็ได้รับความนิยม ประชาชนคนไทยต่างหันมานับถือศาสนาพุทธกันเป็นจำนวนมาก มีการสร้างวัดวาอาราม ศาลากาเปรียญ และสร้างพระพุทธรูปตามมา

ก่อนจะไปศึกษาความเป็นมาของพระพุทธรูปต่อ อยากแนะนำท่านที่มีพระพุทธรูปล้ำค่าอยู่ที่บ้าน อยากให้ท่านได้รู้จักวิธีเก็บรักษาและวิธีการทำความสะอาดพระพุทธรูปที่ถูกต้อง เพื่อจะได้อนุรักษ์พระพุทธรูปให้อยู่กับเราไปน่าน ๆ แนะนำอ่านบทความ วิธีทำความสะอาดพระพุทธรูป ให้ทวีมูลค่า ตามมาตรฐานร้านรับเช่าพระ

พระพุทธรูปที่สร้างกันในระยะแรก ๆ ก็มีขนาดประมาณตัวคน ถ้าใหญ่ก็อย่างมากก็ให้พอดีกับอุโบสถ์ การสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ๆ เริ่มมีการสร้างในสมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา เรือยมาจนกรุงรัตนโกสินทร์ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ๆ ส่วนมากสร้างด้วยก่ออิฐถือปูน ที่สร้างเป็นเนื้อโลหะใหญ่ ๆ มีเป็นส่วนน้อย แต่พระพุทธรูปองค์ย่อมลงมาหน่อย ที่ไหว้กราบไหว้ตามบ้านเรือน นิยมสร้างด้วยเนื้อโลหะ เช่น พระพุทธรูปยุคเชียงแสน สุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ มักสร้างด้วยเนื้อโลหะ สามารถแบ่งพระพุทธรูปได้ตามยุคดังนี้

ขอบคุณภาพจาก https://en.wikipedia.org/

1. พระพุทธรูปยุคเก่าโบราณ

พระพุทธรูปยุคเก่าโบราณจะมีอายุกว่าพันปี เริ่มต้นที่พระยุคทราวดี ยุคศรีวิชัย ยุคล้านนา ยุคหริภุญไชย พระพุทธรุปยุคนี้สร้างด้วยเนื้อดิน เนื้อศิลา เป็นส่วนใหญ่

พระพุทธรูยุคทวารวดี 

พระพุทธรูปยุคนี้ได้อิธิพลมาจากศิลป์อินดีย ศิลป์อมราวดี ศิลป์คุปตะ ศิลป์ปาละ และศิลป์หลังคุปตะ   การห่มจีวรเป็นแบบห่มคลุม จีวรไม่มีริ้วเป็นแบบเรียบ

2. พระพุทธรูปยุคเชียงแสน

สำหรับพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน ถือว่ามีรุ่งเรืองมากเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีในยุคนั้น กล่าวคือ พระพุทธรูปในยุคเชียงแสน ส่วนใหญ่จะสร้างด้วยเนื้อสัมฤทธิ์ ซึ่งเป็นโลหะพิเศษ การหล่อสัมฤทธิ์มีขั้ตอนที่ยุงยาก ใช้โลหะหลายอย่าง ในยุคเชียงแสนผู้สร้างมีความพิถึพิถันอย่างมาก

3. พระพุทธรูปยุคสุโขทัย

พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย จะมีความอ่อนช้อย พระพักตร์รูปไข่อมยิ้มเล็กน้อย ยุคสุโขทัยถือเป็นยุครุ่งเรืองมาก เพราะมีการสร้างพระพุทธรูปใหญ่เป็นทองคำหลายองค์ ตัวอย่างเช่น หลวงพ่อสุโขทัยไตรมิตร เป็นต้น

4. พระพุทธรูปยุคอู่ทอง

พระพุทธรูปสมัยอู่ทอง พุทธศิบ์ผสมผสานพระพุทธรูปยุคลพบุรีและทราวดี และศิลป์ของชนพื้นเมือง ลักษณะเด่นชัดคือ วงพระพักตร์รูปสี่เหลี่ยม พระศกเป็นกรอบ พระนาสิกเป็นสันโด่ง เส้นกระด้างคล้ายปีกนกบรรจบกันพระขนงชัดเจน พระพักตร์ลักษณะแบน เกศามีขนาดเล็กเป็นจุด

5. พระพุทธรูปยุคอยุธยา

พระพุทธรูปยุคนี้ ได้รับอิธิพลจากศิลป์สุโขทัย พระพักตร์รูปไข่ป้าน พระศกเล็กๆ สังฆาฏิใหญ่ ปลายสังฆาฏิตัด องค์พ่อสร้างจากปูนปั้นปิดทอง นิยมสร้างพระพุทธรูปปางมารวิชัย พระสมัยอยุธยา เช่น หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง หลวงพ่อวัดมงคลบพิตร

6. พระพุทธรูปยุครัตนโกสินทร์

พระพุทธรูปยุครัตนโกสินทร์ นิยมสร้างเป็นแบบลงรักปิดทองล่องชาด มีหลายปางแปลกแยกอื่น ๆ อีกหลายปากง เช่น ปางทรมานกาย ปางทรงโค ปางโปรดสัตว์นรก เป็นต้น

พระรัชกาล

 

7. พระพุทธรูปยุครัชกาล

พระยุครัชกาลเป็นพระที่ล้อศิลปะพระยุคก่อนหน้านี้ เชน ยุคเชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง ผสมผสานกับศิลปะสมัยรัตนะโกสินทร์ตอนกลาง พระรัชกาลส่วนใหญ่สร้างด้วยเนื้อโลหะทองผสมผิดขัดมัน อุดดินเผาหรือดินไทย ลักษณะเด่นของพระยุคนี้คือจะองค์พระหนาศิลปะอ่นช้อย

ขอบคุณภาพจาก t-kanchanu สมาชิกเว็บ g-pra.com

7. พระยุคเสาชิงช้า

พระยุคเสาชิงช้า ถือว่าเป็นพระยุครัตนะโกสินทร์ตอนปลาย เพราะมีการจัดสร้างประมาณก่อนปี พ.ศ.2500 ลงมา พระยุคนี้ทำไมเรียกว่ายุคเสาชิงช้าเนื่องจากว่า เป็นทระที่ผลิตโดยโรงงานหล่อพระที่สร้างพระส่งให้กับร้านสังฆภัณฑ์ในยุคนั้น แต่ด้วยศิลปะที่สวยงามโดเด่น จึงได้แบ่งเป็นพระพุทธรูป อีกยุคหนึ่งแยกออกมา

8. พระพุทธรูปยุคหลังปี พ.ศ. 2500

พระพุทธรูปในยุคนี้ยังไม่มีศิลปะเป็นของตัวเอง พระพุทธรูปที่สร้างในยุคนี้จะเป็นการสร้างล้อศิลปะยุคเก่า เช่น เชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง ฯลฯ พระยุคเรียกได้อีกว่า พระย้อนยุค พระยุคนี้การหล่อพระหล่อด้วยกรรมวิธีโบราณ

9. พระพุทธรูปยุคใหม่

พระพุทธรูปยุคใหม่หรือยุคปัจจุบัน เป็นพระพุทธรุปที่ผสมผสานศิลปะยุเก่ากับยุรใหม่ผานการผลิตที่ทันสมัย องค์พระเก็บรายละเอียดได้สวยงาม ศิลปะไม่มีเอกลักษณ์ทางใดทางหนึ่ง ขึ้นอยู่กับวัดผู้สร้างและช่างที่ปั้นพระจะออกแบบผสมผสานกับศิลปะสมัยไหน พระยุคนี้เรียกได้ว่าการสร้างสามารถผสมผสานศิลปะยุคเก่ากับเทคโนโลยีการผลิตของยุคปัจจบันได้อย่างลงตัว

การสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ๆ นั้น ในสมัยก่อนต้องเป็นพระมหากษัตริย์เป็นผู้สร้างขึ้น เช่น พระพุทธชินราช หลวงพ่อมงคลบพิตร หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลย์ แต่ต่อมาระยะหลังก็จะมีบ้างที่พระสงฆ์ที่มีบารมีเป็นที่ศูนย์รวมจิตใจเป็นผู้สร้าง เช่น สมเด็จพุฒนาจารโต พรหมรังสี ซึ่งท่านได้สร้างไว้หลายองค์ คือ หลวงพ่อโต วัดไชโย หลวงพ่อโต วัดอินทร์ เป็นต้น

ความนิยมเช่าบูชาพระพุทธรูปมีการเช่าหากันมาโดยตลอด โดยเฉพาะพระเก่า ๆ ศิลปะสวย ๆ เช่น พระเชียงแสน ทราวดี แต่ก็มีราคาแพงอักโข พระยุคสุโขทัย ลพบุรี ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน เพราะเก่าได้อายุ ศิลปะสวย พระสมัยอยุธยา รัตนโกสินทร์ ก็ได้รับความนิยมรอง ๆ ลงมา แต่บางปางก็เล่นหากันแพง เช่น ปางทรงโค ถ้าสวย ๆ รักทองครบ เล่นหากันหลักแสนเหมือนกัน

ท่านใดมีพระพุทธรูปในครอบครองต้องการปล่อยเช่าสามารถดูรายละเอียดการ รับเช่าพระพุทธรูป ได้

สรุป

ส่วนเราท่านทั้งหลายบรรดาคนเดินดินกินข้าวแกง คงไม่มีปัญญาไปเช่าพระแพง ๆ แบบระดับเศรษฐี ก็ลองมองหาพระพุทธรูปในยุคปัจจุบันก็ได้ พระพุทธรูป วัดดัง ๆ ที่มีการออกให้เช่าบูชาทุกปิ เช่น พระแก้วมรกต พระพุทธชินราช หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อทองคำวัดไตรมิตร หลวงพ่อโต วัดบางพลี ฯลฯ พระที่คนนิยมไปกราบไห้ว ล้วนแล้วแต่มีพระองค์จำลองให้เราได้บูชาในราคาสบายกระเป๋า พุทธคุณดีเหมือนกัน

 

 

 

คำเตือน : บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของเว็บไซต์ไมตรีพระเครื่อง ห้ามมิให้บุคคลใดคัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ทำซ้ำ หรือนำเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดในเว็บไซต์นี้ ไปใช้กับเว็บไซต์อื่นหรือธุรกรรมอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ใดละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://saranukromthai.or.th/

 


แชร์ให้เพื่อน