นก สาลิกา เป็นนกน่ารัก เป็นของขลังน่าบูชา

แชร์ให้เพื่อน

นก สาลิกา เป็นนกในวงศ์นกเอี้ยงและนกกิ้งโครง ลำตัวสีน้ำตาล คอดำหัวดำ ขอบตาและปากสีเหลือง มีเสียงร้องที่ไพเราะ เวลาร้องหาคู่จะไพเราะเป็นจังหวะจะโคน มีความปราดเปรียว ชอบอยู่เป็นคู่ กินแมลงและเมล็ดพืช ผลไม้เป็นอาหาร พบเห็นทั่วไปตามป่าชุมชน ตามชายทุ่ง หรือพื้นที่เกษตรใกล้หมู่บ้าน เป็นนกที่ชาวบ้านนิยมหามาเลี้ยง ในวงการพระเครื่อง มีพระเกจิอาจารย์หลายสำนัก นำเอาลักษณะดีของนกสาลิกามาทำเป็นเครื่องรางของขลัง การทำเครื่องของขลังนกสาลิกา มีอะไรบ้างมาดูกันครับ

สาลิกา มีการนำมาทำเป็นเครื่องรางของขลังหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่จะนำเอาเอกลักษณ์ของนกสาลิกาที่ชอบเจื้อยแจ้ว พุทธคุณเน้นไปทางเมตตามหานิยม เครื่องรางของขลังของนกสาลิกามีดังนี้

เครื่องรางของขลังยังมีอีกหลายประเภท ติดตามอ่านบทความ 10 อันดับ เครื่องรางของขลังยอดนิยม

ขอบคุณรูปจาก http://www.lookforest.com/

1. สาลิกาลิ้นทอง

พระเกจิอาจารย์ใช้การลงอักขระที่ปลายลิ้น ใช้แต่เพียงการลงเปล่าๆ ไม่ได้มีการลงหมึกแบบสักยันต์ หรืออาจลงอักขระที่ฟันซี่หน้าแถบบนก็ได้ จากนั้นลงคาถากำกับ การลงสาลิกาลิ้นทอง ทำได้ทั้งชายและหญิง ถ้าเป็นชายพระเกจิอาจารย์จะลงให้ ถ้าเป็นหญิง อาจารย์ฆราวาสจะเป็นผู้ลงให้

2. ขี้ผิ้งสาลิกา

เป็นการหุงขึ้ผึ้งบริสุทธิ์ด้วยน้ำมันหอม ปลุกเสกด้วยพระคาถาที่ด้านเมตตามหานิยม บรรจุดใส่ตลับเล็ก ๆ วิธีการใช้ ใช้โดยการนำขึ้ผึ้งทาที่ริมฝีปาก นัยว่าเพื่อช่วยให้การเจรจาด้านต่าง ๆ สำเร็จได้โดยง่าย

ขอบคุณรูปจาก kuromi สมาชิกเว็บ g-pra.com

3. สาลิกาหลงรัง

เป็นการใช้ไม้แกะนกสาลิกาคู่ตัวเล็ก ๆ หุ่นนกอาจแกะด้วยงา หรือเป็นผงปั้นฝังไว้ในขึ้ผึ้งสาลิกา หากมีการเพิ่มหุ่นนกสาลิกา ต้องมีการปลุกเสกคาถาเพิ่มเติมด้านมหาเสน่ห์ เพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ การครองเรือน มัดใจคู่ครอง

4. ตะกรุดสาลิกา

ใช้แผ่นทอง แผ่นเงิน จารอักขระคาถา แล้วม้วนเป็นตะกรุดเล็ก ๆ ใส่ในตลับสีผึ้ง ว่ากันว่าช่วยดูดทรัพย์ได้ดียิ่ง

วัตถุมงคลเกี่ยวกับนกสาลิกายังมีอีกมาก ส่วนใหญ่จะทำเป็นรูปนกคู่กัน เป็นเนื้อผงบ้าง เนื้อโลหะบ้าง เป็นผ้ายันต์ก็มีเรียกว่า ผ้ายันต์สาลิกา น้ำมันสาลิกา เป็นต้น ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางเมตตามหานิยม การเจรจาต่อรองธุรกิจได้ผลดียิ่ง เอาไว้ในบ้านเรือนดูดทรัพย์ ดูดโชคลาภ

พระเครื่องที่สร้างรุ่นสาลิกาลิ้นทองที่ได้รับความนิยม

ประวัติหลวงปู่ปรง
เดิมชื่อ นายปรง ปิ่นทอง เกิดปีมะเส็ง เมื่อ พ.ศ. 2448 บิดาชือ ปั้น ปิ่นทอง มารดาชื่อ ปลีก ปิ่นทอง มีพี่น้อง 3 คน คนโตชื่อ โป้ย ปิ่นทอง คนรองชื่อ เปล่ง จงกสิกรรม หลวงปู่ปรงเป็นคนเล็กสุด
อุปสมบท
บวช เมื่อพ.ศ.2468 ที่วัดห้วยเจริญสุข บวชได้ 6 พรรษาได้สึก ออกมามีครอบครัว มีลูกชายหนึ่งคน
ท่านเคยมีชิวิตโลดโผนตามภาษาชายหนุ่ม หลังจากใช้ชีวิตฆาราวาสได้หวลมบวช ครั้งที่สองพ.ศ.2508 ที่วัดราชประสิทธิ์ จ.สิงห์บุรี จากนั้น ท่านได้มาอยู่ที่วัดธรรมเจดีย์ 30 พรรษา หลวงปู่ท่านชอบปลึกวิเวกออกเดินธุดงค์ ถึงประเทศเขมรเป็นเวลา 5 ปี จึงกลับมาที่วัดธรรมเจดีย์

ขอบคุณรูปจาก metal-pop สมาชิกเว็บ g-pra.com

หลวงปู่ได้สร้้างพระขุนแผนรุ่น สาลิกา ลิ้นทอง เป็นที่โด่งดังไปทั่ว

วิธีใช้ วิธีบูชาเครื่องรางของขลังนกสาลิกา

ให้พกติดตัวหรือวางไว้ที่เหมาะสม บูชาด้วยน้ำเปล่า ผลไม้ ทุกวันพระ

 

ข้อห้ามสำหรับผู้บูชาเครื่องรางสาลิกา

  1. ห้ามด่าว่าบุพการี
  2. ห้ามคนเล่นศรีษะ
  3. ห้ามลอดราวตากผ้า
  4. ห้ามวางไว้ปลายเท้า
  5. ห้ามแช่งด่า, ใส่ร้าย, ใส่ความผู้อื่น
  6. ห้ามบ้วนน้ำลายลงพื้น

นกสาลิกานอกจากวงการพระเครื่องจะนำมาสร้างเป็นเครื่องรางของขลัง แล้ววงการเพลงก็ได้มีการประพันธ์เพลงสาลิกาไร้รัง เป็นเพลงลูกทุ่งที่ได้รับความนิยมเป็นเพลงอมตะในวงการเพลงลูกทุ่งไทย

บทเพลงสาลิกาไร้รัง

ค่ำคืนนี้
ขออาศัยนอนสักคืน
พอพรุ่งนี้ตื่น
พี่ก็จะลาเจ้าไป
พี่คนหมอนหมิ่น
พลัดถิ่นมาไกล
ขอพึ่งชายคาและอาศัย
โปรดเห็นใจสาริกา

ค่ำคืนนี้
พี่ไร้ที่ซุกหัวนอน
ขอเพียงพักผ่อน
สักคืนเถิดนะแก้วตา
เพียงอาศัยข้าง
สางๆพี่ก็จะลา
สงสาร สาริกา
พี่มาครวญคร่ำพร่ำวอน

น่าสมเพส
โอ้ยน่าเวทนา
โอ้สาริกาเวลานี้ไร้รังนอน
ไม่ได้นอนเตียง
ขอชายคาเพียงบังอร
พอพรุ่งนี้เช้า แดดอ่อนๆ
พี่ก็จะจรจำลา

ต้องโผผิน
โบยบินด้วยใจอาวรณ์
ขาดที่พักผ่อน
ไปก่อนเถิดสาริกา
เพราะขาดที่หมาย
ขาดร่มไม้ ขาดชายคา
ขาดทั้งคนจะเมตตา
ให้สาริกาพักนอน

ต้องโผผิน
โบยบินด้วยใจอาวรณ์
ขาดที่พักผ่อน
ไปก่อนเถิดสาริกา
เพราะขาดที่หมาย
ขาดร่มไม้ ขาดชายคา
ขาดทั้งคนจะเมตตา
ให้สาริกาพักนอน.

 

สรุป

สาลิกา เป็นนกที่มีความน่ารัก คนไทยชอบและเอ็นดูนกนาลิกามาตั้งแต่สมัยโบราณ มีการนำมาเลี้ยงเพื่อฟังเสียงร้อง นำมาเลี้ยงเป็นเพื่อนแก้เหงา มีการนำชื่อนกสาลิกการมาตั้งเป็นชื่อไม้มงคล ว่านมงคล นำมาร้องเป็นเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง เพลงกล่อมเด็ก แสดงให้เห็นว่านกสาลิกาผูกพันธ์กับวิถึชีวิตของคนไทยมาตลอดยาวนาน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.facebook.com/sittmekru

 

แชร์ให้เพื่อน


แชร์ให้เพื่อน

 

 

 

 

คำเตือน : บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของเว็บไซต์ไมตรีพระเครื่อง ห้ามมิให้บุคคลใดคัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ทำซ้ำ หรือนำเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดในเว็บไซต์นี้ ไปใช้กับเว็บไซต์อื่นหรือธุรกรรมอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ใดละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


แชร์ให้เพื่อน
error: Content is protected !!