พระสมเด็จ ในความหมายที่ถูกต้อง

แชร์ให้เพื่อน

พระสมเด็จ คือพระที่จัดสร้างโดยพระเถระที่มีสมณศักดิ์เป็นสมเด็จ อย่างพระสมเด็จวัดระฆัง ที่สร้างโดยสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ในสมัยที่ท่านสร้างพระแจกชาวบ้านนั้น ท่านมีสมณศักดิ์ชั้นสมเด็จ พระเครื่องของท่านที่สร้างชาวบ้านจึงพากันเรียกว่าพระสมเด็จ (หมายถึงพระเครื่องของสมเด็จพุฒาจารย์โต) พระของสมเด็จพุฒาจารย์โตที่ได้สร้างเป็นพระสี่เหลี่ยมชิ้นฟัก ถือว่าเป็นรูปแบบใหม่ของพระเครื่องในยุคนั้น ต่อมาเมื่อพระสมเด็จของท่านโด่งดังขึ้น จึงมีวัดอื่น ๆ สร้างเป็นพระสี่เหลี่ยมชิ้นฟักเหมือนท่าน คนในวงการพระเครื่องก็จะเรียกรวม ๆ กันว่าพระสมเด็จแต่ว่ากันให้ถูกต้องจะแบ่งเป็น 2 ลักษณะดังนี้

ความหมายของ พระสมเด็จ

1. พระสมเด็จที่ผู้สร้างมีสมณศักดิ์ชั้นสมเด็จ เช่น

  • พระสมเด็จวัดระฆัง ของสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี
  • พระสมเด็จอรหัง ของสมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน)
  • พระสมเด็จพระศาสดา ของสมเด็พระญาณสังวร วัดบวรนิเวศ

2. พระพิมพ์สมเด็จ

  • พระสมเด็จหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ
  • พระสมเด็จหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
  • พระสมเด็จเจ้าคุณนร วัดเทพศิรินทร์
  • พระสมเด็จหลวงพ่อกวย วัดโฆษิตาราม
  • พระสมเด็จวัดเขาตะเครา เพชรบุรี

พระสมเด็จในหัวข้อที่ 1 เรียกว่าพระสมเด็จ เพราะผู้สร้างมีสมณศักดิ์ชั้นสมเด็จ

แต่พระสมเด็จในหัวข้อที่ 2 ผู้สร้างไม่ได้มีสมณศักดิ์เป็นสมเด็จ ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องเรียกว่า “พระพิมพ์สมเด็จ”

ในวงการพระเครื่อง นักเล่นพระส่วนใหญ่เมื่อเจอพระทรงสี่เหลี่ยมชิ้นฟัก มีพระปางสมาธิประทับนั่งในครอบแก้ว ก็จะเรียกกันว่าพระสมเด็จ จึงอาจถือได้ว่า พระสมเด็จเป็นพิมพ์มาตรฐานของวงการพระไปแล้ว ถ้าวัดไหนสร้างพระในลักษณะนี้ ก็จะเรียกกันว่า พระสมเด็จ กันทั้งหมด

พระสมเด็จวัดระฆัง ที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ท่านได้สรรค์สร้างขึ้น เมื่อร้อยกว่าปีก่อน มาถึงปัจจุบันพระพิมพ์สมเด็จได้เป็นพิมพ์ยอดนิยมที่แทบทุกวัดที่สร้างพระเครื่องต้องมีพระพิมพ์สมเด็จอยู่ในรายการที่สร้าง ในประเทศไทยมีพระมากว่า 43,000 วัด ถ้านับรวมสำนักสงฆ์ด้วยน่าจะเกือบ ๆ 45,000 วัด ถ้าอ้างอิงจากสถิติการสร้างพระ พระสมเด็จจะเป็นพระพิมพ์ยอดนิยมอันดับหนึ่งที่ทุกวัดสร้างกัน

พระสมเด็จ เป็นหนึ่งในพระเบญจภาคี อ่านเพิ่มเติมในบทความ พระเบญจภาคี มีพระอะไรบ้าง ใครกำหนด

การพัฒนาของพระสมเด็จ

พระสมเด็จวัดระฆัง ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต ที่ท่านเป็นต้นตำหรับสร้างพระสมเด็จ ท่านได้สร้างเป็นพระเนื้อผงพุทธคุณอย่างเดียว แต่ด้วยความพระสมเด็จได้รับความนิยมอย่างมาก จึงทำให้พระเกจิอาจารย์ยุคหลังได้สร้างพระสมเด็จในรูปแบบต่าง ๆ อีกหลายลักษณะ เช่น

  1. สร้างด้วยเนื้อดิน เช่น พระสมเด็จเนื้อดิน หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พระสมเด็จเนื้อดิน หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน พระสมเด็จเนื้อดิน หลวงพ่อทอง วัดราชโยธา ฯลฯ
  2. สร้างดัวยเนื้อผงยา เนื้อว่านเช่น พระสมเด็จผงยาจินดามณี หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว
  3. สร้างด้วยเนื้อใบลาน
  4. สร้างด้วยเนื้อโลหะ
  5. สร้างด้วยเนื้อไม้
  6. เนื้อเรซิ่น

ขนาดพิมพ์ก็มีการสร้างเป็นหลายขนาด เช่น

  1. พิมพ์ใหญ่
  2. พิมพ์กลาง
  3. พิมพ์เล็ก
  4. พิมพ์คะแนน

พระสมเด็จยุคหลังมีการสร้างฝังวัตถุมงคลพิเศษเข้าไปอีก เช่น

  1. ฝังพระธาตุ
  2. ฝังตะกรุด
  3. ฝังรัตนชาติ
  4. ฝังเส้นเกศา

และยังมีอื่น ๆ อีก เช่น ด้านหลังจากที่เรียบก็มีการสร้างเป็นอักขระยันต์ เป็นรูปเหมือนพระเกจิอาจารย์ มีการจารมือ จารดินสอจากพระอาจารย์ ฯลฯ มีอีกเยอะสาธยายไม่หมด

มวลสารพระสมเด็จวัดระฆัง

วิธีการสร้างพระสมเด็จของสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี ท่านทำผงวิเศษเป็นอย่างแรก ใช้ผงมงคลและมวลสารศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ มาผสมรวมกับแห้งดินสอพองปั้นเป็นแท่งตากให้แห้ง ท่านจะได้ดินสอเขียนผง จากนั้นนำมาเขียนอักขระเลขยันต์ตามตำหรับโบราณบนกระดานชวน เขียนเสร็จแล้วลบเอาผงเก็บไว้เป็นมวลสารสำคัญสร้างเป็นพระสมเด็จ การทำแท่งดินสอที่หลวงพ่อทำขึ้นนั้นมีหลายสูตร เช่น แท่งดินสอชัยมงคล ส่วนผสมคือ ดินหลักเมือง 7 แห่ง ดินโป่ง 7 ที่ ดินตีนท่า 7 แคว้น  ผงธูป ดอกไม้แห้ง 7 ชนิด ดอกมะลิ ดอกดาวเรือง ดอกไม้ ดอกพุทธรักษา ดอกบานไม่รู้โรย ดอกกาหลง ดอกพุดตาล ว่านมงคล 7 อย่าง ว่านเศรษฐี ว่านนางกวัก ว่านช้างเผือก ว่านรักยม ว่านมหาลาภ ว่านมหาโชค ว่านนางคุ้ม รวมกับมวลสารมงคลอื่น ๆ ผสมกับแป้งดินสองพองละเอียด นวลมวลสารทั้งหมดให้เข้ากันแล้วปั้นเป็นแท่งนำไปตากแห้ง ท่านก็จะได้ดินสองชัยมงคล 

การทำผงวิฌศษนั้้น สมเด็จพุฒาจารย์โต ท่านได้นำเอา ผงปถมัผงตรีนิสิงเห ผงอิทธิเจ ผงพุทธคุณและมวลสารเก่าของบูรพาจารย์ ผงทั้ง 5 ชนิดมีคุณวิเศษแตกต่างกัน ท่านได้นำผงทั้งหมดมาผสมแล้วสวดมนต์พระคาถาตามพระมนต์ของท่าน ในทุกวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ ท่านก็จะได้ผงวิเศษเป็นมวลสารในการสร้างพระสมเด็จ 

ส่วนผงผสมหลักที่ขาดไม่ได้คือ ปูนเปลือกหอย ท่านได้เอาเปลือกหอยนานาชนิดมาตากแห้งเผแล้วบดเป็นผงสำหรับก่อเป็นมวลสาร ส่วนตัวประสานท่านใช้น้ำมันตังอิ้ว น้ำผึ้ง น้ำอ้อย กล้วยบด ผสมเพื่อประสานให้มวลสารต่าง ๆ เข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน ส่วนผสมของมวลสารเหล่าทำให้พระสมเด็จวัดพระฆังของสมเด็จพุฒาจารย์โตมีความหนึกนุ่ม เนื้อนวลไม่แห้งแข็งกระด้าง มีเสน่ห์อย่างยิ่ง

 

 

สรุป

เชื่อแน่ว่า พระสมเด็จ จะไม่หยุดเพียงแค่นี้ ต้องมีวิวัฒนาการต่อไปอีกเพราะพระสมเด็จ เป็นพิมพ์มาตรฐาน ได้รับความนิยมเป็นอมตะนิรันดร์กาล คนที่นิยมพระเครื่องต่างใฝ่ฝันที่จะมีพระสมเด็จวัดระฆังไว้ครอบครอง หรือหากหาไม่ได้ก็แสวงหาพระพิมพ์สมเด็จของวัดอื่น ๆ แทน ด้วยเหตุนี้พระสมเด็จจึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

คำเตือน : บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของเว็บไซต์ไมตรีพระเครื่อง ห้ามมิให้บุคคลใดคัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ทำซ้ำ หรือนำเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดในเว็บไซต์นี้ ไปใช้กับเว็บไซต์อื่นหรือธุรกรรมอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ใดละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

 


แชร์ให้เพื่อน
error: Content is protected !!