พระแท้ดูยังไง คำแนะนำจากร้านรับเช่าพระ

แชร์ให้เพื่อน

ในปัจจุบันสังคมไทยต่างยอมรับกันวงการพระเครื่องกันมากขึ้น พระเครื่องแต่ก่อนถูกปล่อยทิ้งร้างบนหิ้งพระ ได้รับความสนใจจากนักสะสมพระ นักเล่นพระรุ่นใหม่ได้ก้าวเข้ามาสะสมพระเครื่องกันมากขึ้น โดยจุดเริ่มต้นมาจากการเริ่มดูพระที่อยุ่ในบ้านตนเองเป็น ทั้งพระบนหิ้ง พระที่แขวนคอประจำ พระเครื่องเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่คนสนใจเข้ามาศึกษาสะสม ต้องแยกแยะ พระแท้ พระเก๊ให้ออก แม้คำพูดที่ว่าพระเครื่องเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง แต่พบว่าไม่มีสถาบันไหนเปิดสอนการดูพระเครื่องอย่างจริงจัง คนที่สนใจเล่นพระโดยเฉพาะมือใหม่ เท่าที่เห็นมาส่วนใหญจะเริ่มต้นศึกษาจากพระในบ้านก่อน แล้วค่อย ๆ เรียนรู้พระเครื่องสายอื่นอีก พระเครื่องในยุคนี้เป็นยุคที่แยกแยะพระแท้ พระปลอม ได้ยากที่สุด เนื่องจาก ว้า พระเก๊ มีวิวัฒนาการการผลิตที่ใกล้เคียงพระแท้มากถึงมากที่สุด แต่ถึงอย่างไรของเก๊ย่อมเป็นของเก๊วันยังค่ำ มัยังมีวิธีดู พระแท้ดูยังไง วันนี้ได้มีโอกาสสอบถาม ร้านไมตรีพระเครื่อง ซึ่งเป้นร้านรับเช่าพระ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านพระเครื่อง มาให้คำแนะนำกับคุณผู้อ่านในการดูพระแท้ว่ามีขั้นตอนอย่างไร ก่อนอื่นแนะนำบทความ วิธีเช็คพระแท้ – พระเก๊ ด้วยตัวเอง สำหรับมือใหม่ เพื่อความเข้าใจที่ดีขึ้น

 

พระแท้ดูยังไง 5 วิธีดังนี้

1. ดูพิมพ์

พระเครื่องที่ผลิตขึ้นมาไม่ว่าพระเนื้ออะไรก็แล้วแต่ เนื้อโลหะ เนื้อดิน เนื้อผง ฯลฯ การสร้างพระเครื่องขึ้นมาสักรุ่นหนึ่ง ต้องมีการสร้างแม่พิมพ์ขึ้นมาก่อนทีเรียกว่า บล็อก การผลิตพระเครื่องต้องกดจากแม่พิมพ์ทุกองค์ เมื่อพระผ่านการผลิตจากบล็อกแม่พิมพ์ ดังนั้น พระทุกองค์จะมีร่ายละเอียดเหมือนกันทุกอย่าง ถ้าผิดเพี้ยนคือไม่ใช่ ตีตกเป็นพระปลอมได้เลย

2. ดูตำหนิ

อย่างที่บอก พระเครื่องที่ผลิตทุกอย่างจะต้องมีแม่พิมพ์ แม่พิมพ์ได้มาจากช่างแกะบล็อกแม่พิมพ์ขึ้นมากก่อนมาผลิตเป็นบล็อกกดพระ ตัวแม่พิมพ์ที่ช่างแกะนี่แหล่ะเป็นจุดกำเนิดตำหนิ ตัวอย่างเช่น ในบางจุดช่างอาจแกะขึดเกิน ขีดหาย จุดเกิน รอยขนแมว ร่องรอยการตกแต่งแม่พิมพ์ เคยเจอถึงขนาดช่างแกะชื่อพระผิด ชื่อวัดผิด เนื่องจากตัวสะกดแตกต่างกันในความเข้าใจของช่างแกะก็มีมาแล้ว ตำหนินอกจากจะเกิดจากตอนช่างแกะแม่พิมพ์แล้ว ยังเกิดได้จากระหว่างการผลิตได้อีก เนื่องจากบล็อกแม่พิมพ์เป็นโลหะ พระเครื่องที่ผลิตก็เป็นโลหะ เมื่อโลหะกับโลหะปั๊มกระแทกันซ้ำ ๆ หลายครั้ง อาจทำให้บล็อกแม่พิมพ์เกิดรอยจากการปั๋มได้ เช่น รอยแตก รอยแยก รอยจุด รอยขนแมว เมื่อบล็อกเกิดร่องรอยขึ้น พระที่ปั๊มขึ้นมาก็จะเป็นรอยด้วยเช่นกัน รอยที่เกิดขึ้ระหว่างผลิตจะเป็นรอยตำหนิใหม่นอกเหนือจากรอยตำหนิเดิมที่ช่างทำไว้ วงการพระเครื่องก็ได้ใช้จุดตำหนิที่แตกต่างนี้มากแยกเป็นบล็อกต่างหาก ทั้งตำหนิที่ช่างแกะพลาดกับตำหนิระหว่างการผลิตจะต้องครบถ้วนเหมือนกันทุกองค์

3. ดูมวลสาร

พระเครื่องเนื้อดิน เนื้อผง จะมีมวลสารในการสร้างแตกต่างกันไปของแต่ละวัด เนื้อหามวลสารที่เป็น พระแท้ดูยังไง ให้เราทำการบ้านเพิ่มเติมด้วยการเข้าไปศึกษาว่าพระเครื่องที่เรากำลังสนใจ พระเกจิอาจารย์ท่านได้มีการนำส่วนผสมของมวลสารอะไรมาผสมบ้าง เช่น ผงปรมัตถ์ ปูเปลือกหอย ข้าวสารสุก กล้วยนำเว้า ดอกไม้แห้ง เม็ดแร่มงคล ฯลฯ พระเครื่องที่เป็นเนื้อผง จะมีส่วนผสมหลัก ๆ ประมาณนี้ อาจมีพิเศษอีกเช่น พระตระกูลพระสมเด็จวัดระฆัง มีการผสมมวลสารเก่า พระที่ผสมมวลสารเก่าบางครั้งจะมองเห็นก้อน ๆ ฝังอยู่ในเนื้อพระเลย บางวัดผมเกศาพระเกจิ ฝังตะกรุด ฝังเพชรฝังพลอย ก็มี ส่วนพระเนื้อดินต้องแยกแยะว่าเป็นดินดิบ ดินเผา วิะีการดูก็แตกต่างกัน พระเนื้อว่านก็ต้องดูคราบว่าน สำหรับพระเนื้อว่านให้ดูพระหลวงปู่ทวดเป็นต้นแบบ แนะนำให้อ่านบทความ เจาะลึก มวลสารในการสร้าง พระหลวงปู่ทวด เนื้อว่าน ปี 2497

4. ดูวัสดุที่ใช้ในการสร้างพระเครื่อง

วัดสุที่ใช้ในการสร้างพระเครื่องที่พบมีตั้งแต่ เนื้อดิน เนื้อผง เนื้อว่าน เนื้อโลหะ เนื้อทองค เนื้อเงิน ฯลฯ เนื้อพระแต่ละอย่างมีหลักการพิจารณาแตกต่างกัน ต้องศึกแยกแยะให้ออก หาจุดเด่นจุดจดจำเอาไว้

  • พระเนื้อโลหะให้ดูโลหะแต่ละชนิด ส่วนผสมของเนื้อโลหะ โลหะแม้เป็นชนิดเดียวกันหากผลิตจากคนละโรงงานส่วนผสมก็ไม่เหมือนกัน สีของโลหะย่อมแตกต่างกัน เช่น ทองแดงบางโรงานสีเข้ม บางโรงงานสีอ่อนกว่า ก็ต้องดูว่าแผ่นโลหะที่ทางวัดนำมาปั๊มพระเครื่องมีเฉกสีไปทางไหน ยังไม่นับรวมเนื้อโลหะพิเศษพวก นวโลหะ เบญจโลหะ สำริด เนื้อพวกนี้เป็นเนื้อโลหะที่มีส่วนผสมแต่ละวัดไม่เหมือนกันแล้วแต่วัดทำให้เนื้อพระแล้วแต่ว่าผสมแก่โลหะตัวไหน สีผิวก็จะออกไปทางนั้นเยอะ เช่น เนื้อนวโลหะแก่เงิน เนือนวะโลหะแก่ทอง เป็นต้น ถ้าจะเป็นนักสะสมที่ประสบความสำเร็จต้องทำการบ้านเจาะลึกพระเครื่องแต่ละรุ่น
  • พระเนื้อผง พระประเภทนี้ต้องดูส่วนผสมของแต่ละวัด แต่ละหลวงพ่อ ส่วนผสมของพระเนื้อผง มีสารพัดอย่าง แล้วแต่ว่าสำนักไหนผสมมวลสารอะไรมากอะไรน้อย เช่น พระสมเด็จวัดระฆัง ผสมแก่มวลสาร พระมีความหนึกนุ่ม พระสมเด็จบางขุนพรหม  แก่ปูนทำให้พระมีความแกร่ง
  • พระเนื้อดิน พระเนื้อดินยังแบ่งได้เป็นพระเนื้อดินดิบ เนื้อดินเผา เนื้อดินล้วน เนื้อดินผสมผง หากเป็นยุคกำแพงเพชร จะเห็นมีผสมว่านดอกมะขามแดง พระหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค มีส่วนของเนื้อดินและมวลสาร พระเนื้อดินเผาต้องแยกแยะเผาไฟอ่อน ไฟกลาง อีกด้วย เป็นนักเล่นพระต้องละเอียดถึงขั้นนี้
  • พระเนื้อว่าน พระเนื้อว่านที่เป็นต้นตำหรับของการสร้างพระด้วยเนื้อว่านก็คือ พระหลวงปู่ทวด วัดช่้างให้ ปี 2497 ที่สร้างโดยอาจารย์ทิม ท่านได้นำเอาว่าน 108 ชนิด มาบทผสมรวมกับดินกากยายักษ์ และมวลสารวิเศษต่าง ๆ มากดเป็นพระหลวงปู่ทวด ซึ่งถือเป็นต้นแบบในการสร้างพระเนื้อว่านของพระเกจิอาจารย์ในยุคต่อมา

5. ดูธรรมชาติของพระเครื่อง

พระเครื่องที่ผ่านกาลเวลามาระยะหนึ่ง จะมีความเก่าปรากฏขึ้น ถ้าเป็นพระโลหะให้ดูโลหะต้องไม่สดใหม่ ผิวโลหะต้องมีความหมองตามกาลเวลา หากเป็นพระเนื้อผง เนื้อดิน จะต้องมีร่องรอยความเก่าให้เห็น การดูธรรมชาติของพระเครื่องมีหลักพิจารณาตามนี้

  • พระเนื้อโลหะ พระที่สร้างด้วยเนื้อโลหะ เช่น พระเหรียญ พระรูปหล่อ พระปั๋ม พระที่สร้างด้วยเนื้อโลหะ เมื่อผ่านกาลเวลามานาน ๆ โลหะทำปฏิกิรยากับอากาศ ความชื้น อุณหภูมิ ต้องมีร่องรอยเกิดขึ้น ทางคราบสัมผัส จุดเปิดที่ผ่านการสัมผัส เนื้อลโลหะที่ซึดแห้ง พระเครื่องแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันไป รวมทั้งพระที่นำมารมดำ ทำกะไหล่ทอง กะไหล่เงิน ต้องดูให้ออกว่าเป็นการทำใหม่หรือเป็นของเดิม พระที่รมดำใหม่ ทำกะไหล่ใหม่ ราคาเล่นหาจะถูกกว่าพระสภาพเดิม
  • คราบความเก่าของพระเนื้อดิน เนื้อผง เนื้อว่าน เนื้อพระทั้ง 3 ประเภทนี้ จะมีร่อรอยความเก่าที่เไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นเนื้อว่านจะมีคราบว่านผุดขึ้นจากเนื้อพระ  เนื้อผงต้องดูส่วนผสมว่าผสมอะไรมากอะไรน้อย เนื้อแกร่ง เนื้อนุ่ม พระเนื้อดินก็มีวิธีตูแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน
  • คราบกรุ คราบกรุจะปรากฏในพระที่บรรจุกรุเท่านั้น คราบกรุแต่ละอย่างก็ไม่เหมือนกันอีก แล้วแต่สภาพของพระที่ถูกบรรจุไว้ในกรุไหน สภาพอากาศ อุณหภูมิเป็นอย่างไร พระกรุในพระเจดีย์ พระปราง พระที่ฝังดิน พระที่บรรจุในองค์พระประธาน คราบกรุจะแตกต่างกัน ให้่ทานที่สนใจใจพระกรุแยกแยะให้ออก พระกรุแต่ละกรุมีคราบไม่เหมือนกัน

 

สรุป

พระแท้ดูยังไง เป็นเรื่องไม่ยากแต่ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ หากได้เห็นองค์จริงบ่อย ๆ จะเป็นเร็ว เหมือนเวลาเราดูเหรียญกษาปณ์ เหรียญบาท เหรียญสิบ หรือธนบัตร ที่เราใช้อยู่ทุกวัน สัมผัสทุกวัน พอเราเห็นเหรียญปลอม แบ็งค์ปลอม เรารู้ทันทีว่าปลอมไม่ต้องเอามาส่อง พระเครื่องก็เหมือนกันท่านต้องเห็นของจริงบ่อย ๆ ให้ชินตา หากหาของจริงดูไม่ได้ก็อาศัยดูตามหนังสือพระเครื่อง หรือในเน็ตก็ได้ เดี๋ยวนี้พวกร้านพระเครื่องถ่ายภาพพระสวย ๆ มากลงให้ดูเยอะเลย ที่สำคัญต้องหมั่นหาความรู้ด้านพระเครื่อง หากมีข้อสงสัยในพระเครื่องสามารถสอบถาม ร้านไมตรีพระเครื่องได้ ทางร้านยินดีให้คำปรึกษาด้านพระเครื่อง

 

 

 

คำเตือน : บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของเว็บไซต์ไมตรีพระเครื่อง ห้ามมิให้บุคคลใดคัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ทำซ้ำ หรือนำเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดในเว็บไซต์นี้ ไปใช้กับเว็บไซต์อื่นหรือธุรกรรมอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ใดละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

 

 


แชร์ให้เพื่อน
error: Content is protected !!