ร่างกายมีน้ำมเป็นส่วนประกอบ 2 ใน 3 ของร่างกายทั้งในเลือดและในเชลล์ต่าง ๆ ในแต่ละวันร่างกายได้ขับของเสียออกจากร่างกายทั้งอุจจาระ ปัสสวะ เหงื่อ ร่างกายจึงต้องการน้ำเพื่อมาชดเชย ให้พอกับความต้องการของร่างกาย ในทางการแพทย์ระบุไว้ว่า คนเราควรดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว หรือ 1.5 ลิตรต่อวัน วันไหนที่อากาศร้อนหรือเราออกกำลังกายควรดื่มน้ำเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีก 20% น้ำมีความจำเป็นต่อรางกาย วันนี้เว็บ maitreeamulet.com ขอเสนอบทความสุขภาพเกี่ยวกับการดื่มน้ำ คนเราทุกวันนี้อาจมองข้ามหรือละเลยที่จะดิ่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย การ ดื่มน้ำน้อย มีผลเสียที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง
ดื่มน้ำน้อย อันตรายอย่างไร
ผลเสียเมื่อ ดื่มน้ำน้อย
- ไตทำงานหนักขึ้น ปัสสาวะมีสีเข้ม เนื่องจากน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
- มีโอกาสติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนได้ง่าย
- มีโอกาสเกิดตะกรอน อาจป็นเหตุของโรคนิ่วได้
อาการที่บ่งบอกว่าร่างกายขาดน้ำ
- ชีพจรเต้นเร็ว หายใจถี่
- ปัสสาวะน้อยกว่าปกติ
- อ่อนเพลีย ง่วงซึม
- ปากแห้ง ผิวแห้ง ตาแห้ง
- ท้องผูก
- เวียนศีรษะ
สัญญาณของคนดื่มน้ำน้อย
คนที่มีภาวะน้ำในร่างกายไม่เพียงพอ จะมีสัญญาณดังนี้
- ปัสสาวะไม่ถึง 4ครั้งต่อวัน
- ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม
- ปัสสาวะมีกลิ่นฉุน
ดื่มน้ำน้อย 6 โรคร้ายถามหา
1. สมองเสื่อม
สมองเป็นศูนย์การควบคุมอวัยะทุกส่วนของร่างกาย การดื่มน้ำน้อย อาจมีความเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อมได้ เพราะเมื่อร่างกายของเราขาดน้ำ น้ำเป็นส่วนประกอบหลักของเลือดเมื่อน้ำในร่างกายมีน้อย ทำให้เลือดมีความข้นหนืดมากขึ้น ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้ได้ยากขึ้น สมองจึงอาจขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง จึงเป็นสาเหตุของอาการสมองเสื่อมได้ การที่เรารู้สึกไม่สดชื่น ไม่กระฉับกระเฉง คิดอะไรช้า ตอบสนองช้า อาจเนื่องมาจากการดื่มน้ำน้อยก็ได้
2. ริดสีดวงทวาร
เมื่อร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ ทำให้การย่อยในกระเพาะอาหารที่ทำได้ยากลำบากมากขึ้น กรดในกระเพาะน้อยลงและลำไส้ที่แห้ง อุจจาระขาดน้ำไปหล่อเลี้ยง ทำให้อุจจาระแห้ง อาจทำให้เราไม่สามารถขับอุจจาระออกมาได้ การขับถ่ายต้องใช้แรงเบ่งมากขั้น เกิดอาการท้องผูก เมื่อของเสียสะสมอยู่ในลำใส้ ลำใส้ก็จะดูดซึมของเสียเข้าสู่ร่างกายอีก ทำให้มีผลเสียต่อร่างกายอาจทำให้เลือดที่หนืดอยู่แล้ว หนึดข้นขึ้นไปอีก ภาวะท้องผูกถ้าเป็นระยะเวลานาน ทำำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารได้
3. ปวดข้อ ปวดกระดูก
กระดูกคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ด้านใน ตามข้อต่อมีน้ำหล่อเลี้ยง รวมทั้งหมอนรองกระดูก มีน้ำ 80% คอยหล่อเลี้ยง ถ้าร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ จะส่งผสให้ข้อต่อกระดูกต่าง ๆ หมอนรองกระดูกทำงานผิดปกติ ความสะมารถในการขับเคลือน ดูดซับแรงกระแทกได้น้อยลง ยิ่งถ้าเรามีขบับร่างกายมากด้วยการเดิน การกระโดดหรือออกกำลังกาย อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บได้
4. ทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
หากคุณมีอาการปวดปัสสาวะ แต่ปัสสาวะไม่ออก หรือไหลออกแค่หยดสองหยด คุณอาจกำลังเป็นโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ สาเหตุเนื่องมาจากการ ดื่มน้ำน้อย เกินไป การติดเชื้อ และการกลั้นปัสสาวะนาน ๆ
5. อ้วน
การดื่มน้ำน้อย อาจนำไปสู่โรคอ้วนได้ เพราะบางคนเวลาทานอาหารไม่ชอบดื่่มน้ำระหว่างทานอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มช้า เมื่ออิ่มช้าก็จะทำให้เราทานอาหารมากขึ้น เกินความต้องการของร่างกายได้
6. ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
ประจำเดือนของคุณผู้หญิงก็สร้างปัญหาได้หากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ ปัญหาประจำเดือนขาด ๆ หาย ๆ ประจำเดือนมาเป็นลิ่มเลือด ประจำเดือนข้นเหนียว มีสีเข้ม มีกลิ่น อาจเกิดจากร่างกายขาดน้ำก็เป้นได้
7. ตาแห้ง
คนที่ใส่คอนแทคเลนส์ หรือทำงานด้วยการใช้สายตาประจำ จะประสบปัญหาตาแห้งบ่อย ๆ ถ้าคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอด้วย ตาจะยิ่งแห้ง อาจทำให้ใส่คอนแทคเลนส์ลำบาก ถอดก็ลำบาก
8. ผิวแห้ง ริ้วรอยถามหา
การดื่มน้ำน้อยส่งผลให้ผิวแห้ง แม้คนที่ผิวมันเมื่อขาดน้ำก็จะเป็นแบบผิวมันแบบสาก ๆ ไม่ชุมชื่นเนื่องจากผิวขาดน้ำ หากคุณเป็นผิวแห้งอยู่แล้วก็จะยิ่งแห้งหนักขึ้นไปอีก ส่งผลให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ตามหน้าตา หางตา ขอบตา ร่องแก้ม ริ้วรอยปรากฏขึ้น ผิวพรรณหย่อนคล้อย หน้าตาผิวพรรณดูแก่ก่อนวัย
สรุป
แค่การ ดื่มน้ำน้อย ก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้มากขนาดนี้ ต่อไปเราต้องใส่ใจดื่มน้ำให้ได้วันละไม่ต่ำกว่า 8-10 แก้ว ควรอื่มให้ครบตามที่วงการแพทย์แนะนำ หลายคนดื่มน้ำเฉพาะเวลากระหายน้ำ จากการเก็บสถิติพบว่าการดื่มน้ำเฉพาะช่องกระหายน้ำส่วนใหญ่ดื่มน้ำได้เพียง 4-5 แก้วต่อวันเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ควรดื่มน้ำให้ครบตามเกณฑ์ที่แนะนำ แม้ไม่กระหายน้ำก็ตาม ควรดื่มน้ำเปล่าดีที่สุด ไม่แนะนำดื่มเครื่องดิ่มอย่างอื่น เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน ชากาแฟ เครื่องดิ่มเหลานี้แม้มีน้ำเป็นส่วนประกอบ แต่มีผสมสารเคมีต่าง ๆ ไม่เหมาะที่จะดื่มเพื่อเพิ่มประมาณน้ำให้กับร่างกาย น้ำเปล่านี่ละเหมาะที่สุด ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที ไม่ก่อนให้เกิดผลเสียใด ๆ ต่อร่างกาย
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.vibhavadi.com/Health-expert/detail/242
https://chulalongkornhospital.go.th/
https://www.paolohospital.com/th-TH
คำเตือน : บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของเว็บไซต์ไมตรีพระเครื่อง ห้ามมิให้บุคคลใดคัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ทำซ้ำ หรือนำเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดในเว็บไซต์นี้ ไปใช้กับเว็บไซต์อื่นหรือธุรกรรมอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ใดละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

