ความเป็นมาของพระเครื่อง
พระเครื่องเป็นคติความเชื่อ ความศรัทธาที่ไทยเราได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอินเดียที่เป็นดินแดนพุทธภูมิ ประเทศไทยรับเอาศาสนาพุทธเข้ามาเป็นศาสนาหลักในประเทศ วิวัฒนาการพระเครื่อง ในประเทศไทยเปลี่ยนไปอย่างมาก ทั้งศาสนพิธี ความเชื่อ ค่านิยาม และวัตถุมงคลที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้า การสร้างพระเครื่องของไทยในยุคเริ่มแรกมีคติความเชื่อเรื่องบุญ เพื่อสืบทอดพระพุทธศานา เจตนาการสร้างพระเครื่องในยุคแรกประกอบด้วยจิตที่บริสุทธิ์ เพราะสร้างแล้วไม่ได้นำกลับไปเป็นเจ้าของแต่อย่างไร แต่ประชาชนต่างน้อมถวายวัดเพื่อบรรจุสถูปเจดีย์ โบสถ์วิหารต่าง ๆ เพื่อให้อนุชนคนรุ่นหลังได้กราบไว้ต่อไป ซึ่งต่อมาภายหลังได้แตกกรุออกมา เรียกว่า “พระกรุ” (แนะนำอ่าน ประวัติการสร้างพระเครื่องไทย)
จากเจตจำนงในการสร้างพระของบรรพบุรุษเป็นเรื่องยิ่งใหญ่งดงาม เกิดจากแรงศรัทธาอย่างแรงกล้า ไม่มีผลประโยชน์ใด ๆ มาเกี่ยวข้อง แต่เมื่อมองกลับมาในยุคสมัยนี้ การสร้างพระเครื่องได้แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พระเครื่องนอกจากอิงกับศาสนาแล้วยังมีการเกี่ยวเนื่องกับอิทธิปาฏิหารย์ ไสยศาสตร์ วิชาอาคมต่าง ๆ
พระเครื่องในยุคหลังนี้เรียกรวม ๆ กันว่า “เครื่องรางของขลัง” เป็นวัฒนธรรมและความเชื่อที่มีรากลึกในสังคมไทยมาตั้งแต่เริ่มมีการปลุกเสกพระเครื่องโดยพระเกจิอาจารย์ ความทั้งความเชื่อพื้นบ้าน พระเครื่องกลับกลายเป็นวัตถุมงคลที่ให้คุณด้านการคุ้มครอง ปกป้องผู้บูชาพระเครื่อง
จุดเปลี่ยนในการสร้างพระเครื่องเพื่อคุมครองผู้บูชาพระเครื่อง เริ่มจากท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ท่านได้สร้างพระสมเด็จเพื่อแจกให้กับสานุศิษย์ไว้คุ้มคองและให้คุณด้านเมตตามหานิยม

10 พระเกจิอาจารย์ผู้สร้างพระเครื่องที่คนไทยให้ความนิยม
- สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี
- หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
- หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
- หลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า
- พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ (ผู้สร้างพระหลวงปู่ทวด)
- หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
- หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
- หลวงปู่ทิม วัดระหาไร่
- หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว
- หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง
บทบาทของพระเครื่องเปลี่ยนไปอย่างไร
ปัจจุบันพระเครื่องไม่ได้เป็นเพียงวัตถุมงคลเฉกเช่นในอดีตเท่านั้น ด้วยพระเครื่องเป็นสัญลักษณ์ความศรัทธาที่เชื่อมโยงชุมชน พุทธศาสนิกชน สืบสานบุญประเพณี พระเครื่องนอกจากมีคุณค่าทางจิตใจแล้ว พบว่าปัจจุบันพระเครื่องมีการซื้อขาย รับเช่าพระเครื่อง ในวงการพระเครื่องปี ๆ หนึ่งหลายพันล้านบาท เพราะวงการพระเครื่องกลายเป็นตลาดใหญ่ที่หมุนเงินหลายพันล้านบาทต่อปี ทั้งยังเป็นสินค้าส่งออกนำเงินตราเข้าประเทศได้ปีละหลายร้อยล้านบาททีเดียว
พระเครื่องในอดิตและในยุคปัจจุบันแตกต่างกันอย่างไร
- การสร้างพระเครื่องในยุคอดีต สร้างเพื่อแสวงบุญ จัดสร้างโดยกษัติย์ เจ้าเมืองหรือผู้ปกครองแคว้น แต่ในปัจจับันการสร้างพระเครื่องมีปัจจัยหลายอย่างมาเกี่ยวข้องโดยเฉพาะเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า สร้างโดยนักธุรกิจ นายทุน เซียนพระ
- พระเครื่องกลายเป็นธุรกิจอย่างหนึ่ง มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนหรือที่เรียกว่า “พุทธพาณิชย์”
- พระเครื่องในปัจจุบันเหมือนเป็นสินค้ายกระดับฐานะผู้บูชา เช่น พระเบญจภาคีที่ชาวบ้านทั่วไปไม่อาจเอื้อมถึง เพราะราคาที่สูงลิบลิ่ว มีเพียงคนระดับบนที่มีครอบครอง เช่น นักการเนือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เศรษฐี เซียนพระใหญ่ เป็นต้น
- พระเครื่องมีการทำของปลอมเลียนแบบจากที่อดีตไม่มี
- มีการรวมตัวของนักนิยมสะสมพระเครื่องอย่างเป็นรูปธรรม

สรุป
ปัจจุบัน วิวัฒนาการพระเครื่อง เดินทางมาถึงจุดที่รุ่งเรือง พระเครื่องพบเห็นได้ทั่วไปตามท้องตลาด มีการวางขายพระเครื่องไม่เฉพาะสนามพระเท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้ตามตลาดนัด ตลาดสด ตลาดขายสินค้าอุปโภค ก็ยังมีแผงพระเครื่องวางจำหน่ายพระเครื่อง รับเช่าพระ ให้เห็นอยู่ทั่วไป พระเครื่องสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับผู้คนมากมาย หลายคนมีอาชีพขายพระ ร่ำรวยเป็นเศรษฐีจากการขายพระ เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคมก็เยอะแยะ ขณะที่คนที่วางขายพระแบกกะดินองค์ละสิบบาทยี่สิบบาทก็มีให้เห็น นั่นแสดงให้เห็นว่า พระเครื่อง ได้เข้ามาอยู่ในส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยแล้วนั่นเอง
คำเตือน : บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของเว็บไซต์ไมตรีพระเครื่อง ห้ามมิให้บุคคลใดคัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ทำซ้ำ หรือนำเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดในเว็บไซต์นี้ ไปใช้กับเว็บไซต์อื่นหรือธุรกรรมอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ใดละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

